Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

การเลือกซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงของชาวอเมริกัน

ชาวอเมริกันนิยมเลี้ยงแมวและสุนัขมากที่สุด จำแนกเป็นแมว 74.3 ล้านตัว สุนัข 72.6 ล้านตัว ปลา 59.8 ล้านตัว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ 20.6 ล้านตัว มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ สุนัขพันธุ์ขนาดเล็ก (น้ำหนักไม่เกิน 20 ปอนด์ หรือราว 9 กิโลกรัม) เป็นที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะชาวอเมริกันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมืองซึ่งมีประชากรหนาแน่นจึงมีพื้นที่จำกัดในการเลี้ยงสุนัข ทั้งนี้ สัดส่วนการเลี้ยงสุนัขขนาดเล็กในปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 41 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20 ในปี 2543) ขณะที่สุนัขขนาดกลาง (น้ำหนักระหว่าง 20-50 ปอนด์ หรือ 9-23 กิโลกรัม) มีสัดส่วนร้อยละ 28 และขนาดใหญ่ (น้ำหนักมากกว่า 50 ปอนด์ หรือราว 23 กิโลกรัม) มีสัดส่วนร้อยละ 31 ชาวอเมริกันนิยมซื้ออาหารสัตว์ที่มีคุณภาพดีแม้มีราคาสูงเพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงและปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ชาวอเมริกันจึงยอมซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงในราคาสูง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้อาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพดี มีสารอาหารครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของสัตว์เลี้ยง สังเกตจากยอดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่สหรัฐฯ เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงเป็นที่คาดว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้น ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ย่อมยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้ออาหารและสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ กระแสการเลือกซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงของชาวอเมริกันยุคใหม่มักใส่ใจกับอาหารที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีน้ำตาลต่ำ (Low-Glycaemic) อาหารอินทรีย์ (Organic) อาหารที่ผลิตโดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ (Natural) อาหารที่ไม่มีส่วนผสมของธัญพืช ข้าวสาลี หรือถั่วเหลือง (Grain-Free/ Gluten-Free / Soy-Free) ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้

อาหารสัตว์ชนิดแห้งได้รับความนิยมมากกว่าอาหารสัตว์ชนิดเปียกสังเกตได้จากปริมาณจำหน่ายอาหารสุนัขและอาหารแมวชนิดแห้งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 84 และร้อยละ 64 ของปริมาณจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดดังกล่าวในสหรัฐฯ ตามลำดับ ชาวอเมริกันซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงผ่านช่องทางออนไลน์น้อยมาก สัดส่วนของยอดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ผ่านช่องทางออนไลน์มีเพียง ร้อยละ 1.4 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด เทียบกับญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และจีนที่มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 10.4 ร้อยละ 7.0 และร้อยละ 5.3 ตามลำดับ ผู้ประกอบการจึงควรเร่งปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงของชาวอเมริกัน หากคิดจะฉวยจังหวะนี้ในการทำตลาดส่งออก

ที่มา : www.ditp.go.th