มาดูวิธีการเลี้ยงหนูแกสบี้ และ กระต่าย

วิธีเลี้ยงหนูแกสบี้ และกระต่ายค่ะ

 

** สำหรับเนื้อหาตรงนี้พี่นกเขียนขึ้นเองตามประสบการณ์ที่พอจะนึกออกไว้ให้สำหรับมือใหม่เข้ามาศึกษา  หากขาดตกบกพร่องประการใดต้องขออภัยมาณ. ที่นี้ด้วยค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่สนใจนะคะ **

guinea pig closeup shot over white

อุปกรณ์การเลี้ยง

 

1.   กรงหรือคอกไม้  ควรใช้วัสดุที่ไม่เคลือบพลาสติกเพราะเค้าเป็นสัตว์ฟันแทะเค้าจะแทะพลาสติกทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ  ดูเป็นกรงสุนัขหรือกรงแมว  กรงกระต่ายก็ได้ค่ะ  ขนาดควรมากกว่า 60 cm.ขึ้นไปต่อ 1 ตัวค่ะ  โดยส่วนใหญ่ตามร้านขนาดกรงจะประมาณ 40*60 cm. , 60*60 cm. , หรือมากกว่านี้ก็ยิ่งดีค่ะ   สำหรับกรงกระต่ายควรเลือกที่มีขนาดสูงหน่อยค่ะเพราะเค้าชอบยืนค่ะ  และควรเลือกกรงที่มีขนาดประตูใหญ่ ๆ  เวลาเข้าออกจะได้ไม่เกี่ยวขาค่ะ

  shutterstock_62025007

2.  แผ่นพลาสติกรองพื้นกรงกันขาตกร่องกรง  ซื้อตามร้านขายต้นไม้หรือวัสดุก่อสร้างก็ได้ค่ะ  บอกว่าซื้อตระแกรงลวดหุ้มพลาสติก  จะเป็นรูกลม ๆ ให้เลือกขนาดกลางเพราะถ้าเล็กมากจะทำให้อึติดสกปรกง่าย  ถ้าใหญ่เกินไปขาเค้าก็ตกร่องอีกค่ะ กระต่ายบางตัวชอบแทะแผ่นนี้ให้สังเกตุดีๆ สำหรับกระต่ายเดี๋ยวนี้เห็นมีแผ่นรองแบบหนาๆสำหรับสุนัขน่าจะใช้ได้ดีกว่าแผ่นนี้นะคะ

1378895832-P1110794JP-o

3.  ถ้วยอาหารควรเป็นถวยดินเผา หรือเซลามิก  ไม่ควรใช้พลาสติกเพราะเค้าเป็นสัตว์ฟันแทะค่ะ อันตรายมากหากกินพลาสติกเข้าไป

cavywithcarrot

4.  ใช้ขวดน้ำลูกกลิ้งสำหรับสัตว์เลี้ยงขวดน้ำควรมีขนาดใหญ่พอสมควรเพราะเค้าจะกินน้ำเยอะมากในช่วงหน้าร้อน  สำหรับลูกหนูหรือกระต่ายไม่ควรให้จุกลูกกลิ้งแบบที่ไว้สำหรับสุนัข(ที่เค้าขายเฉพาะจุกเอาไปใช้กับขวดน้ำดื่มทั่วไป)เพราะแรงดันลิ้นเค้าจะดันลูกกลิ้งลูกใหญ่เท่านั้นไม่ค่อยได้ค่ะ  และไม่ควรให้น้ำเป็นถ้วยเพราะสกปรกและอาจทำให้เกิดโรคได้ง่ายค่ะ

cavy

5.  แชมพูผสมครีมนวดสำหรับสัตว์เลี้ยง  สูตรอ่อน  หลายๆคนถามว่าใช้แชมพูสุนัขได้ไหม  ตอบได้เลยค่ะว่าได้เพราะบางครั้งพี่นกก็ใช้กับหนูจำนวนกว่า 200 ตัวค่ะก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร  แต่ต้องผสมน้ำให้เจือจางเยอะ ๆ  และใช้สูตรอ่อนโยนสำหรับลูกสุนัขค่ะ

312906563953

6.  หวีซี่ห่าง ๆ  ไม่ควรใช้หวีที่เป็นลวดเส้นเล็ก ๆ เพราะอาจทำให้ผิวหนังอักเสบได้ค่ะ

IMG_7106

7.  บ้างโพรงไม้  ไว้สำหรับเข้าไปนอนและให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว แต่ในช่วงแรกที่รับเค้าเข้าบ้านอย่าพึ่งใส่เพราะจะทำให้เค้าไม่คุ้นคนแหละหลบในบ้านไม้ตลอดค่ะ เอาไว้ให้เค้าคุ้นเราก่อนแล้วค่อยให้หรือให้แค่ตอนกลางคืนหรือตอนอากาศหนาวนะคะ

Screen-Shot-2558-09-19-at-7.53.27-PM

 8.  ไม้ลับเล็บลับฟัน  เพื่อช่วยป้องกันฟันและเล็บยาวและคมเกินไป

 อาหาร

aadb01bcdac

1.  น้ำสะอาด  ควรให้น้ำจากขวดน้ำสำหรับสัตว์ที่มีหัวเป็นลูกกลิ้ง  เพราะถ้าให้เป็นถ้วยจะสกปรก  และทำให้เกิดโรคได้หลายโรค  หนูกระต่ายทุกตัวจากบ้านพี่นกกินน้ำจากขวดเป็นค่ะ  ควรล้างทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง  หากต้องการใส่วิตตามินควรให้วิตตามินสำหรับสัตว์ชนิดน้ำผสมน้ำสะอาด  และควรเปลี่ยนน้ำทุกวันค่ะ  ไม่ควรใส่วิตตามินซีชนิดเม็ดลงในน้ำค่ะเพราะน้ำจะบูดง่ายและวิตซีเมื่อโดนแสงก็สลายไปซะส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้อะไรตรงนั้นเลย   อย่าแขวนขวดน้ำสูงมากให้ดูระดับปากเค้าว่าเค้ายืนถึงขนาดไหนก็กะดู และก็อย่าแขวนต่ำมากเพราะเค้าจะเล่นน้ำปากคางเปียกไปหมด   ในช่วงแรกเค้าอาจหาขวดน้ำไม่เจอให้จับปากเค้ามาแตะ ๆให้น้ำไหลใส่ปากเค้านิดหน่อยเค้าก็จะรู้ว่าตรงนี้มีน้ำนะเวลาหิวจะเดินมากินเอง

guinea-pig-booboo-lieveheersbeestje-61

2.  อาหารเม็ด  ไม่ควรให้อาหารเม็ดอย่างเดียวเพราะในอาหารเม็ดไม่มีวิตามินมากเพียงพอควรให้อาหารสดเพื่อเสริมสารอาหาร หรือให้วิตตามินสังเคราะห์เสริมด้วยจะดีมาก ไม่ว่าอาหารยี่ห้อดีแค่ไหนถ้าเราเก็บไม่ดีมีความชื่นมันก็เท่านั้น

3.  หญ้าขนสด  เป็นอาหารที่ดีที่สุดที่สัตวแพทย์ส่วนมากแนะนำ  ให้ได้มากเท่าที่เค้ากินหมด

4.  หญ้าอบแห้ง  หญ้าแห้งไม่เหมาะกับการปูนอนเพราะทำให้อับชื้นและเป็นเชื้อราได้ง่าย  ควรไว้ให้เค้ากิน  หรือใช้รองในตระกร้าเวลาเดินทางชั่วคราวได้ค่ะ หญ้าอัลฟาฟ่ามีแคลเซี่ยมสูงเหมาะสำหรับหนูกระต่ายเด็กอายุ 1-6 เดือนให้กินเสริมวันละนิดหน่อยทุกวัน  พอ 6 เดือนขึ้นไปให้กินวันเว้นวันแล้วให้หญ้าธิโมธี่กินทุกวันแทนนะคะ  ควรให้เค้าได้กินหญ้าแห้งทุกวันช่วยเรื่องฟันและระบบทางเดินอาหารเค้าได้เยอะเลยจ้า

5.  ผักสด  เช่น  แครอท  กระเพรา  ผักกาดหอม  ผักกาดขาว  ข้าวโพดดิบ   ข้าวโพดอ่อน ฯลฯ

6.  ผลไม้สด  เช่น  ฝรั่ง ชมภู่  แอปเปิ้ล สับปะรด(ช่วยเกี่ยวกับเรื่องก้อนขนค่ะ)

**  ผักและผลไม้สดควรล้างน้ำให้สะอาดมาก ๆ เพื่อป้องกันพยาธิและสารตกค้าง  ไม่ควรปล่อยให้เน่าคากรง  ให้เช้าเย็นควรเก็บทิ้ง  ให้เย็นเช้าควรเก็บทิ้ง  ไม่ต้องเสียดายเพราะมันก่อให้เกิดกลิ่นและความสกปรกอาจทำให้เกิดโรคขึ้นได้ค่ะ

 ผักและผลไม้ที่ไม่ควรให้ทานมีดังนี้ค่ะ

–  ผักที่มีน้ำเยอะ  เช่นแตงกวา  แตงโม  แตงไท  มะเขือเทศ

 –  ผักที่มียางเยอะ  เช่นผักบุ้ง

–  ใบตำลึงก็ไม่ควรค่ะเพราะเป็นยาระบายอาจทำให้ท้องเสียได้ค่ะ  พี่นกเคยเจอมาแล้วค่ะมันติดมากับหญ้าขน  ระวังนะคะเห็นแล้วเก็บทิ้งไปซะค่ะ

–  ห้ามให้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว  เช่น  ส้ม  มะนาว  ก่อนให้กินผลไม้ควรชิมดูก่อน

–  ห้ามให้กินเมล็ดทานตะวันแบบหนูแฮมสเตอร์เพราะอาจทำให้ติดคอได้  อาหารบางยี่ห้อถุงจะคล้าย ๆกันให้ดูรูปหน้าถุงให้ดี ๆนะคะ  ว่าเป็นของแกสบี้หรือไม่ค่ะ  มีน้องเคยฝากเพื่อนซื้อ และไปซื้อของแฮมสเตอร์มาพอแกะดูใช้ไม่ได้เลยต้องเสียเงินไปซื้อถุงใหม่มาเพราะเค้าทานด้วยกันไม่ได้จ๊ะ

***  ผลไม้ไม่ควรให้ทั้งผลหรือชิ้นใหญ่  ควรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆลองดูก่อนว่าเค้ากินหมดไหมแล้วค่อยให้เพิ่ม  สำหรับลูกหนูหรือกระต่ายตัวเล็ก  ควรระวังผลไม้ที่มีลักษณะแข็งเช่นแครอทหรือฝรั่งและอาหารเม็ด  เพราะเค้ายังเคี้ยวไม่ค่อยละเอียดเหมือนตัวใหญ่  เคยมีกรณีเจ้าตัวเล็กกินอาหารเม็ดแล้วสำรักทั้งเม็ด(ขอโทษนะคะหากเขียนผิด) แครอทติดหลอดลมก็เคยมีค่ะ  เพราะฉะนั้นในหนูหรือกระต่ายเด็ก ๆพี่นกแนะนำให้กินหญ้าขนสด หญ้าอัลฟาฟ่า และน้ำผสมวิตามินก็เพียงพอแล้วค่ะ

***  การป้อนนม  หากจำเป็นต้องป้อนในกรณีกำพร้าแม่ไม่ควรใช้นมวัว  ให้ใช้นมถั่วเหลืองชนิดจืดหรือนมแพะผสมน้ำเปล่า  และป้อนทุก ๆ 2 ชม.  หากไม่จำเป็นไม่ควรป้อน  ให้เค้ากินอาหารและน้ำเองตามธรรมชาติของเค้าดีที่สุดค่ะ  เพราะเราอาจทำให้เค้าสำรักและทำให้น้ำนมใหลเข้าหลอดลมเป็นอันตรายได้ค่ะ

การฝึกเจ้าตัวเล็ก

1.  การฝึกให้ขับถ่ายเป็นที่  1-2 วันแรกที่พาเค้าเข้าบ้านควรให้เค้าอยู่ในที่ ๆเราจัดให้เค้า เช่นกรงหรือคอก  เค้าก็จะขับถ่ายในบริเวณนั้นและสร้างกลิ่นเป็นที่ประจำของเค้า  หลังจากนั้นก็ลองปล่อยเค้าออกมาเวลาเค้าปวดถ้าทางเข้าที่อยู่เค้า ๆสามารถเข้าไปเองได้เค้าก็จะเข้าไปขับถ่ายในที่ของเค้าแต่ถ้าทางเข้าสูงเค้าเข้าไปไม่ได้เค้าอาจจะร้องส่งสัญญาณให้เรารู้ว่าตอนนี้ปวดอึปวดฉี่นะให้พาเค้าเข้ากรงหน่อยจ้า  (แต่กระต่ายไม่ร้องนะคะ  ต้องสังเกตุดี ๆจ๊ะ)  ถ้าเค้าเรี่ยราดข้างนอกโดยที่เราเห็นไม่ทั้นให้เช็ดทำความสะอาดให้หมดจดและพาเค้าเข้ากรงเค้าก็จะรู้แล้วว่าคราวหน้าควรจะเข้าไปถ่ายในกรงจ๊ะ

2.  การฝึกให้เชื่อง  ในช่วง 1-3 วัน  เค้าอาจจะยังไม่ชินกันสถานที่เหมือนคนเราเวลาเปลี่ยนที่นอนยังนอนไม่หลับ  กินข้าวไม่ลงเลย  เค้าก็เช่นกัน  ต้องให้เวลาเค้าช่วงวันแรก ให้เค้าทำความรู้จักกับบ้านใหม่เจ้าของใหม่ด้วยตัวเองอย่าไปยุ่งกับเค้ามาก  เวลาให้อาหารเค้าก็ให้เรียกชื่อเค้า คุยกับเค้า  แล้ววันที่สองก็ค่อย ๆลูบ ๆเค้าหรือจับเค้ามาพูดคุยเรียกชื่อเค้าบ่อย ๆ  แรก ๆอาจมีดิ้น ๆร้อง ๆบ้างเป็นเรื่องปกติอย่าวิตกไปเลยจ๊ะ  ต้องใช้เวลาเล่นคุยกับเค้าบ่อย ๆ  แล้วเค้าก็จะเรียนรู้เองว่าเราไม่ทำอันตรายกับเค้าทีนี้เวลาเรียกเค้าก็อาจจะเดินมาหาคุณได้เองค่ะ  ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเล่นกับเค้าคือเวลาเย็น ๆอากาสดี ๆหรือตอนดูละครเพระเค้าเป็นสัตว์กลางคืนชอบที่จะเล่นเวลาแบบนี้มากกว่ากลางวันค่ะ

การอาบน้ำ

สำหรับหนูแกสบี้ในฤดูร้อนควรอาบน้ำประมาณอาทิตย์ละครั้ง  ส่วนฤดูฝนหรือหนาว 2 อาทิตย์ครั้งก็ได้ค่ะ  ไม่ควรอาบน้ำตอนกลางคืนหรือวันที่อากาศชื้นหรือหนาวเพราะจะทำให้เป็นโรคปอดบวมได้ง่าย  ซึ่งรักษายากมากอาจทำให้ตายได้ภายใน 24 ชม.เลยทีเดียวค่ะ(เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับน้องคนหนึ่งแล้ว  อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นกับคุณเพียงเพราะการอาบน้ำเพียงครั้งเดียวเลยจ๊ะ)    ถ้าหากเห็นว่าเค้าสกปรกมากให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวและเป่าขนให้แห้งค่ะ  หรือใช้ผ้าเช็ดตัวสำหรับสัตว์ก็ได้ค่ะลองหาซื้อตามเพ็ทชอปต่าง ๆดูนะคะ   การทาแป้งสำหรับสัตว์เล็ก(ไม่ใช่แป้งกำจัดเห็บของสุนัขนะคะ)  แต่การทาแป้งนี้ไม่ค่อยแนะทำเท่าไหร่ค่ะ  เพราะจะทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งรบกวนระบบการหายใจของเค้าได้จ๊ะ  เท่านี้ก็จะช่วยให้เค้าดูสะอาดขึ้นค่ะ  (สำหรับกระต่าย  ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำก็ได้ค่ะเพราะเค้าจะทำความสะอาดตัวเอง  คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมอาบน้ำให้กระต่ายค่ะ  ถ้าจะอาบควรอาบเมื่ออายุ 2 เดือนครึ่งขึ้นไปค่ะ)

         การอาบน้ำเตรียมอุปกรณ์ดังนี้

1.  กระละมัง ขนาดใหญ่กว่าตัวเค้านิดหน่อย  2 ใบ

 2.  แชมพูผสมครีมนวดสำหรับสัตว์เล็ก

3.  ผ้าเช็ดตัวหนา ๆแบบซับน้ำได้ดี

4.  ไดร์เป่าผม

5.   ถุงมือยางหนา ๆ (กันเค้าข่วนแขนเราเสียโฉมไงจ๊ะ)

6.   หวีซี่ห่าง ๆ  ไม่ควรใช้หวีของสุนัขที่เป็นลวดเส้นเล็ก ๆเพราะจะทำให้รูขุมขนเค้าอักเสบได้ค่ะ

7.   เบบี้ออยใส ๆ บำรุงขนค่ะ

มาเริ่มอาบกันเลยค่ะ

–  เริ่มด้วยการใส่ถุงมือเลยค่ะเพื่อป้องกันเค้าดิ้นและข่วนเราค่ะ

–  รองน้ำอุ่น ๆ (น้ำอุ่นช่วยให้เค้าดิ้นน้อยลง) ใส่กระละมัง

–  อุ้มเค้าลงและใช้น้ำค่อย ๆวักใส่ตัวเค้าค่ะ  ห้ามให้น้ำเข้าหูตาและจมูกเค้านะคะ

–  ผสมแชมพูกับน้ำสะอาด ประมาณ แชมพู 1 ส่วน  น้ำ 5 ส่วน  แล้วฟอกให้ทั่วตัวเค้าค่ะ (สำหรับพี่นกจะมีขวดไว้ผสมแชมพูเลยค่ะเพื่อความสะดวก  น้อง ๆจะลองใช้ก็ได้นะคะ)

–  ล้างแชมพูให้สะอาด 2 น้ำค่ะ

–  ใช้ผ้าเช็ดตัวเค้าเบา ๆ เอาน้ำออกให้มากที่สุดค่ะ  อย่าขยี้เพราะจะทำให้ขนพันกันค่ะ

–  ใช้ไดร์ลมอุ่น ๆ เป่าเค้าจนแห้ง

–  หากต้องการใส่เบบี้ออยให้ใช้เพียงหยด สองหยดทูที่มือเราแล้วทาที่ตัวเค้าตอนขนหมาด ๆค่ะ  อย่าใส่มากเพราะขนจะแห้งยากและกลายเป็นหนูชุบน้ำมันไปในที่สุดจ๊ะ

–  ใช้หวี ๆจัดทรงแค่นี้ก็เรียบร้อยห๊อม หอมแล้วค่ะ (สำหรับเจ้าขนหยิก ห้ามใช้หวี ๆ ค่ะให้ใช้นิ้วเราสาง ๆเอาและใส่เบบี้ออยค่ะ)

–  ใช้กระดาษทิชชู่หรือสำลีนุ่ม ๆเช็ดน้ำออกจากใบหูด้านนอกเบา ๆด้วยนะคะ  ห้ามใช้ไม้แคะเข้าไปข้างในนะคะ

–  ตอนนี้อาบน้ำเสร็จแล้วจะตัดเล็บก็ได้ค่ะเพราะเล็บกำลังนิ่ม ๆตัดง่ายค่ะ  ตัดปลาย ๆ ที่แหลม ๆออกนิดหน่อยก็พอค่ะ  ระวังอย่าให้โดนเนื้อสีชมพูค่ะ  ถ้าหนูสีดำเล็บจะสีดำให้ดูดี ๆค่ะตัดแค่ปลาย ๆแหลม ๆจ๊ะ  ตัดเสร็จให้ใช้สำลีชุบยาเบตาดีน (ยาใส่แผล) เช็ดทำความสะอาดปลายเล็บป้องกันการติดเชื้อด้วยนะคะ

–  เสร็จแล้วก็ลองตรวจสุขภาพปากและฟันเบื้องต้นดูซิว่าฟันตรง  หรือยาวหรือเกไหม  หากรู้สึกว่าผิดปกติไปจากเดิมควรพาไปพบแพทย์ตรวจอย่างละเอียดอีกทีนะคะ

–  หากพบว่าผิงหนังมีสะเก็ด  หรือเป็นรอยแดง ๆอาจมีสาเหตุดังนี้ค่ะ

        1.  เชื้อรา  ลักษณะ  ผิวหนังจะแดง ๆ  มีสะเก็ด ขนบริเวณนั้นร่วง  ให้ใช้ครีมทาแก้เชื้อราที่ใช้สำหรับคน  หาซื้อตามร้านขายยาทั่วไปก็ใช้ได้เหมือนกันค่ะ  ให้ทาบ่อย ๆ  และอาบน้ำบ่อย ๆไม่นานก็จะหายเองค่ะ  (สาเหตุเกิดจากความอับชื้นในกรง  สำรวจดูว่ามีหญ้าแห้งอยู่ในบ้านไม๊  ถ้ามีเก็บทิ้งแล้วล้างบ้านและกรงตากแดดอาทิตย์ละครั้ง  ผ้าห่มนอนควรมี 2 ผืน  ซักทุกวันใช้สลับกันวันละผืนจ๊ะ)

        2.  เหา,ไร  ลักษณะ  ผิวหนังแดง  มีตัวไรเล็ก สีแดงหรือดำ หรือไข่เหาเหมือนเหาคน  บริเวณขน  ส่วนมากจะขึ้นบริเวณจมูก  หัว  และลำตัว  ก็ให้อาบน้ำแล้วพาไปพบแพทย์เพื่อหยดยากำจัดเห็บไรค่ะ  แล้วห้ามอาบน้ำ 1 อาทิตย์  หลังจากนั้นก็อาบตามปกติ  แล้วสังเกตุดูเห็บไรก็จะลดน้อยลงหรือหายขาดเลยล่ะคะ  แต่หากยังเห็นหลงเหลืออยู่ก็พาไปหยดยาอีกรอบเพื่อความแน่ใจว่าให้หายขาดไปเลยค่ะ  (เห็บเหาไรนี่เป็นได้ตลอดหากไม่ค่อยอาบน้ำ  และที่บ้านเลี้ยงสุนัขและแมว หรือนกไก่ ควรสำรวจสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆด้วยน๊ะจ๊ะ)

จะรู้ได้อย่างไรเมื่อเค้าป่วย

                กระต่ายและแกสบี้  ตามธรรมชาติแล้วเค้าเป็นสัตว์กลางคืน  เวลากลางวันเค้ามักจะนอนเหยียดยาวทั้งวันไม่ค่อยกินไม่ค่อยเดินเท่าไหร่  แต่จะลุกขึ้นมากินเวาลาเย็น ๆมืด ๆ  เพราะฉะนั้นเวลาให้อาหารควรให้เวลากลางคืนเยอะกว่ากลางวัน  และหมั่นสังเกตุว่าหากวันไหนอาหารหรือน้ำไม่ลดให้ตรวจเช็คขวดน้ำเป็นอันดับแรกว่าน้ำไหลไหม  (ถ้าน้ำไม่ไหลให้เปิดฝาขวดดูบางยี่ห้อจะมียางรองกันรั่ว  ให้ลองเอาแผ่นนั้นออกดูแล้วคว่ำขวดดูว่าน้ำไหลไม๊  แต่หากไหลมากเกินไปอีกก็เจาะแผ่นกันรั่วให้ใหญ่กว่าเดิมหน่อยแล้วใส่เข้าไปใหม่  หากทำอะไรแล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ก็ควรซื้อใหม่และขอที่ร้านลองขวดน้ำเลยค่ะจะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับไปซื้ออีกค่ะ)  ถ้าน้ำไหลปกติให้ตรวจดูตาหู  และผิวหนังดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม  ตัวผอมไปกว่าเดิม  หรือมีอึติดก้นไหม  ถ้ามีอาการดังกล่าวให้โทรมาปรึกษาพี่นกได้เลยค่ะ

 อาการต่อไปนี้คืออาการที่รุนแรงมากจะต้องรีบนำเจ้าตัวเล็กส่งแพทย์โดยด่วนที่สุด

–  ไม่ยอมกินอะไรนานกว่า 8 ชั่วโมง

–   หายใจลำบากมาก

–  มีเลือดออกจากปาก ทวาร หรืออวัยวะสืบพันธุ์

–  ปัสสาวะไม่ได้

–  เซื่องซึมมากๆ

–  ท้องเสีย เหลวเป็นน้ำละกลิ่นเหม็นคาว

–  ชัก หมดสติ

–  มีปัญหาระหว่างคลอดลูก

การป้องกันไม่ให้เจ้าตัวเล็กป่วย

1.  การป้องกันที่ดีที่สุดคือความสะอาด  ที่อยู่  อาหารและน้ำ  ควรหมั่นดูแลความสะอาดทุกวัน  ก่อนจับเค้า  หรือให้อาหารก็ควรล้างมือก่อนเผื่อมือเราไปจับอะไรมาซึ่งอาจมีเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นก็ทำให้เค้าป่วยได้  หลังจับเค้าก็ควรล้างมือให้สะอาดอันนี้เพื่อตัวเราเอง  ถ้าไปเที่ยวร้านขายสัตว์หรือฟาร์มสัตว์เลี้ยงกลับมาสิ่งแรกที่ต้องทำคืออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วค่อยมาเล่นกับสัตว์เลี้ยงของเราเพราะเราอาจเป็นคนนำเชื้อโรคมาสู่เค้าโดยไม่รู้ตัวจ๊ะ

2.  คนส่วนใหญ่มักถามว่าเค้ามีโรคอะไรติดต่อเราได้ไหม  ตอบว่ามีหากคุณไม่รักษาความสะอาดแล้วเค้าเกิดป่วยก็สามารถติดต่อเราได้  แต่ถ้าเราป้องกันอย่างดีก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง  แต่เราเองก็อาจเป็นคนนำโรคไปติดเค้าเองก็ได้  หากเราป่วยเราก็ควรระวัง  ไม่ควรไอหรือจามใส่เค้าโดยตรง  หรือมีคนในบ้านป่วยก็อย่าให้เค้าเข้าใกล้เจ้าตัวเล็กเด็ดขาด  เคยมีคนเป็นหวัดแล้วหนูติดหวัดจากคนมาแล้วนะคะป้องกันไว้ก่อนดีกว่าจ๊ะ

3.  เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง  หนาวจัด  ร้อนจัด  ฝนตก  ควรตรวจตราดูสถานที่เลี้ยงเค้าว่ามีอุณหภูมิแบบไหน  ฝนสาดไหม  แดดส่องมากเกินไปไหม  รีบหาวิธีแก้ไข  และตรวจสุขภาพลูก ๆซะอย่าชะล่าใจ  ไม่งั้นอาจต้องเสียใจภายหลัง

4.  ถามว่าต้องฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าหรือไม่  ความจริงเค้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต้องฉีดค่ะค่าฉีดไ่ม่แพงอย่างที่คิดแต่ต้องพาเค้าไปเช็คร่างกายชั่งน้ำหนักและแจ้งอายุก่อน ส่วนใหญ่คุณหมอก็จะนัดวันให้ไปฉีดเองจ้า

5.  วิตามินซีช่วยได้เมื่อเป็นหวัดระยะเริ่มต้น  ควรให้กินผลไม้ที่มีวิตามินซีบ้างป้องกันหวัด  เช่นฝรั่ง หรือกินวิตามินสังเคราะห์แบบเม็ด ครั้งละ 25-100 mg. อย่าให้ทีละเยอะๆแต่ให้ทีละน้อยแบบสม่ำเสมอ ถ้าเอาตามพี่พี่ก็ให้เค้าสำหรับตัวที่ยังเล็กไม่ถึง 3เดือนก็กินแค่วันละ 25 mg. ถ้าโตกว่านี้ก็เช้า 25 เย็น 25 ตัวท้องและตัวป่วยให้เช้า 50 เย็น 50 mg. ค่ะ ส่วนใหญ่มันมีขายเม็ดละ 50mg.เราก็เอามาหักครึ่งเอานะคะถ้าซื้อเป็นกระปุกใหญ่มาก็ให้แบ่งใส่กระปุกเล็กส่วนที่เหลือจะได้ไม่โดนอากาศให้วิตามินเสียนะคะ ไม่แนะนำให้ซื้อแบบที่เค้าแบ่งใส่ซองใสๆแล้ว ซื้อเป็นซองฟอยหรือเป็นกระปุกจะดีกว่านะคะ

6.  ห้ามอาบน้ำตอนกลางคืนเด็ดขาด  และหลังอาบน้ำควรเช็ดตัวให้แห้งสนิทโดยเฉพาะใต้ท้อง  ย้ำหลายครั้งก็ยังมีคนพลาดอยู่พี่ไม่อยากให้เสียใจภายหลังกันนะคะ

7.  ควรตรวจเช็คสุขภาพเค้าด้วยตัวเราเองทุกครั้งหลังอาบน้ำ  และควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพทั่วไปทุก 6 เดือนจ๊ะ

01

เเนะนำน้องหมา มีอา ลูกครึ่งปอมเมอเรเนียน–ไซบีเรียน ฮัสกี้ ฉายาหมา Firefox

มีอา ลูกครึ่งปอมเมอเรเนียน–ไซบีเรียน ฮัสกี้ ฉายาหมา Firefox

หมาเซเลบ

มีอา ลูกครึ่งปอมเมอเรเนียน–ไซบีเรียน ฮัสกี้ เหมือนไอคอนของมอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์ (Mozilla Firefox) จนได้ฉายาประจำตัว เหมือนแค่ไหนมาพิสูจน์กัน

เห็นหน้าเจ้ามีอาแล้ว รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เคยเจอกันมาก่อนก็ไม่เคย จะว่าไปเจ้ามีอานี่ดูไปดูมาก็คล้ายกับไอคอนของ มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์ (Mozilla Firefox) เหมือนกันนะ และความน่ารักกับขนฟู ๆ ที่ไม่เหมือนใครก็เป็นเหตุให้มันดังเป็นพลุแตก เป็นที่สนใจของชาวเน็ตอยู่ในขณะนี้

หมาเซเลบ

อันที่จริงแล้วนั้นเจ้ามีอาไม่ใช่สุนัขจิ้งจอกตามฉายาของมันหรอกนะ แต่เป็นลูกครึ่งปอมเมอเรเนียน–ไซบีเรียน ฮัสกี้ ขนของมันมีสีส้มแดงเหมือนหมาปอมเมอเรเนียน แต่รูปร่างและสีตาของมันได้จากไซบีเรียน ฮัสกี้เต็ม ๆ ก็เลยออกมาคล้ายกับสุนัขจิ้งจอกแบบนี้แหละ ตอนนี้มันอาศัยอยู่กับเจ้านายที่รัฐฟลอริดาและกำลังท่องเที่ยวผจญภัยไปกับเจ้านายของมัน แถมยังมีการโพสต์ภาพเท่ ๆ ลงอินสตาแกรม myathepomsky ให้แฟน ๆ ได้ชมกันด้วย

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมาเซเลบ

หมดปัญหา กับการเลี้ยงเจ้าแมวไปเลย 9 ทรายแมวดับกลิ่นเยี่ยม จับตัวเป็นก้อน ทำความสะอาดง่าย !

9 ทรายแมวดับกลิ่นเยี่ยม จับตัวเป็นก้อน ทำความสะอาดง่าย !

ทรายแมว

อยากรู้ว่าจะใช้ทรายแมวยี่ห้อไหนดี ตามไปดูลิสต์ยี่ห้อทรายแมวที่สามารถดับกลิ่นได้ดี จับตัวเป็นก้อนได้เยี่ยม ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นในบ้านกันเลยค่ะ 

กลิ่นอึหรือฉี่ของแมวค่อนข้างแรง สำหรับทาสแมวที่กำลังซื้อทรายแมวมาใช้ แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อทรายแมวยี่ห้อไหนดี วันนี้กระปุกดอทคอมก็มี 9 ยี่ห้อทรายแมวที่ช่วยลดกลิ่นเหม็นของอึและฉี่แมวได้ดี แถมยังจับตัวเป็นก้อน ทำให้สามารถทำความสะอาดได้ง่าย มาฝากคนรักแมวที่เลี้ยงแมวไว้ในบ้านกันค่ะ

ทรายแมว

1. แคทเบสท์ เนเจอร์โกลด์ (ถุงสีม่วง)

ทรายแมวแคทเบสท์ เนเจอร์โกลด์ (CAT’S BEST NatureGold) สูตรอนามัยเหมาะกับแมวขนยาว ลักษณะเป็นทรายอัดแท่งขนาดปานกลางทำจากเส้นใยธรรมชาติ ดับกลิ่นได้ดี ดูดซึมของเสียให้แห้งเร็วและจับตัวเป็นก้อน ถุงขนาด 10 ลิตร ราคาประมาณ 480 บาท

ทรายแมว

2. วีต้าคราฟท์ เมจิก คลีน (ถุงชมพู)

วีต้าคราฟท์ เมจิก คลีน (Vitakraft magic clean) ทรายแมวชนิดเนื้อคริสตัล ดับกลิ่นเหม็นได้ดีมาก จับของเสียเป็นก้อนทำให้ตักทิ้งง่าย เม็ดคริสตัลจะซึมซับของเหลวจนกลายเป็นสีเหลืองเข้มจนสังเกตเห็นได้ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถุงขนาด 5 ลิตร ราคาประมาณ 200 บาท

ทรายแมว

3. เฟรชสเต็ป ออโด ชิลด์ (ถุงสีเขียว)

เฟรช สเต็ป ออโด ชิลด์ (Fresh Step odor shield) สูตรปรับใหม่ที่ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย ดับกลิ่นได้นานถึง 10 วัน หลงเหลือไว้แต่กลิ่นตามธรรมชาติ จับตัวเป็นก้อนได้ดี ถุงขนาด 14 ลิตร ราคาประมาณ 295 บาท

ทรายแมว

4. สแนปปี้ กลิ่นแอปเปิล (ถุงสีฟ้า)

สแนปปี้ กลิ่นแอปเปิล (SNAPPY Apple) ทรายแมวอนามัยชนิดเม็ดมุก มีกลิ่นแอปเปิล ดูดกลิ่นและของเหลวได้ดี โดยเฉพาะกลิ่นแอมโมเนีย ทรายจับตัวเป็นก้อนปานกลาง ถุงขนาด 5 ลิตร ราคาประมาณ 112 บาท และขนาด 10 ลิตร ราคาประมาณ 214 บาท

 ทรายแมว

5. ลินโด แคท (ถุงสีแดง)

ลินโด แคท (Lindo Cat) ทรายแมวเนื้อกรวดขนาดเล็ก-ใหญ่ปนกัน ทรายมีสีน้ำตาล และค่อนข้างมีน้ำหนักทำให้ไม่ติดอุ้งเท้าแมว จับตัวเป็นก้อนแข็ง เก็บกลิ่นเหม็นได้ดี ถุงขนาด 10 ลิตร ราคาประมาณ 260 บาท

ทรายแมว

6. คอมฟอร์ทแซน เพ็ท เฮง  (ถุงสีชมพู-ฟ้า)

คอมฟอร์ทแซน เพ็ท เฮง (Comfortsand Petheng) ทรายแมวอนามัยไร้ฝุ่น มีเยื่อไม้ช่วยดูดซึมซับของเหลวและสารสกัดจากข้าวช่วยลดกลิ่นเหม็น ไม่ติดอุ้งเท้าแมว น้ำหนักเบา สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถุงขนาด 5 ลิตร ราคาประมาณ 105 บาท

ทรายแมว

7. พูร่า แคท ลิตเทอร์ เรนจ์ (ถุงสีขาว)

พูร่า แคท ลิตเทอร์ เรนจ์ (Pura Cat Litter Range) เป็นทรายแมวที่มีลักษณะเป็นเนื้อหยาบคล้ายก้อนกรวดเล็ก ๆ ไม่เปื่อยง่าย ดูดซับของเหลวได้แห้งสนิท และไม่ช่วยลดกลิ่นเหม็นจากของเสีย ถุงขนาด 10 ลิตร ราคาประมาณ 200 บาท

ทรายแมว

8. มีโอ (ถุงสีเหลือง)

มีโอ (Me-o) ทรายแมวสูตรควบคุมกลิ่น ชนิดจับตัวเป็นก้อน มีลักษณะเป็นเม็ดกลมขนาดเล็ก ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ช่วยดับกลิ่นเหม็น และจับตัวเป็นก้อนได้รวดเร็วทำให้ตักทิ้งได้ง่าย ถุงขนาด 5 ลิตร ราคาประมาณ 180 บาท

ทรายแมว

9. คิตตี้เลิฟ กลิ่นแอปเปิล (ถุงสีชมพู)

คิตตี้เลิฟ กลิ่นแอปเปิ้ล (KettyLove Apple) ทรายแมวผลิตจากถ่านหินธรรมชาติ สูตรจับของเสียเป็นก้อน ดูดซึมซับของเหลวได้ดีเยี่ยม มีเม็ดน้ำหอมช่วยดับกลิ่นเหม็น สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ถุงขนาด 5 ลิตร ราคาประมาณ 120 บาท

ดูซิว่า สมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคไตในแมว

สมุนไพรรักษาโรคไตในแมว เรื่องน่ารู้ของเหมียวที่เป็นโรคไต

สมุนไพรรักษาโรคไตในแมว

สมุนไพรรักษาโรคไตในแมว สำหรับรักษาแมวที่เป็นโรคไต อีกหนึ่งโรคร้ายแรงที่เกิดกับแมวที่มีอายุมาก อีกสาเหตุที่ทำให้แมวเสียชีวิต ที่คุณสามารถดูแลและป้องกันแมวจากโรคด้วยสมุนไพรดังต่อไปนี้

โรคไต เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้ในสัตว์เลี้ยง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับแมวที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป โดยประสิทธิภาพการกำจัดของเสียในเลือดและควบคุมความดันเลือดจะลดลง โรคนี้จะไม่แสดงอาการรุนแรงออกมาอย่างเด่นชัด เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่แมวจะไม่เสียชีวิตเฉียบพลัน สามารถอยู่ได้หลายปีถ้าเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ และดูแลอย่างถูกวิธี วันนี้กระปุกดอทคอมก็นำข้อมูลเกี่ยวกับโรคไตในแมวและสมุนไพรรักษาโรคไตในแมวมาฝากค่ะ

สาเหตุของโรคไต

สาเหตุของโรคไตในแมวเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกันทั้งการกินอาหารสำเร็จรูปที่เค็มจัด มีค่าโปรตีนสูง การดื่มน้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด เช่น น้ำตามกระถางต้นไม้ น้ำตามพื้น การติดเชื้อเรื้อรัง อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ เมื่อแมวมีอายุมากประสิทธิภาพการทำงานของไตจะลดลง

อาการ

เนื่องจากไตทำหน้าที่เอาของเสียออกจากเลือด รักษาสมดุลแร่ธาตุ และควบคุมความดันเลือด ดังนั้นเมื่อไตถูกทำลาย ร่างกายของแมวจะแสดงอาการเบื้องต้นคือ กินน้ำเยอะ ปัสสาวะบ่อย ในระยะที่ 2 เป็นภาวะที่ไตเสียหายมากกว่า 75% ระยะนี้จะแสดงอาการซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาเจียน และถ่ายเหลว ส่วนระยะสุดท้ายอาการจะรุนแรงมากขึ้น จะมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง ถ่ายเหลวสีดำคล้ำ มีกลิ่นปาก กินอาหารไม่ได้ หมดแรง และถ้าเกิดภาวะของเสียคั่งในเลือดมาก ๆ จะเกิดอาการชัก หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด

สมุนไพรรักษาโรคไตในแมว

วิธีป้องกัน

ในการป้องกันโรคไตนั้นควรควบคุมเรื่องของโภชนาการ อาหารที่ให้ไม่ควรเค็มจัด ความสะอาดของน้ำและอาหารด้วย รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจเลือด และปัสสาวะ เมื่อพบอาการจะได้รักษาทัน ชะลอความเสียหายของไต

สมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคไตในแมว

1. รากแอสตรากาสัส  

รากแอสตรากาสัสมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและแบคทีเรีย มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไต

2. ใบแดนดิไลออน

ใบของดอกแดนลิไลออนมีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยบรรเทาอาการเกี่ยวกับโรคไตในแมว อย่างเช่น วิตามินเอ  ซีและกลุ่มวิตามินบี เหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียม

3. รากโกโบ

มีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ธาตุ ฟอสฟอรัส มีสารออกฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ขับของเสียออกจากร่างกาย ช่วยลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะและช่วยในการฟอกเลือดให้สะอาด

4. ฮอร์ธอร์น

มีสรรพคุณช่วยการหดตัวและขยายของเส้นเลือด การไหลเวียนของเส้นเลือด ช่วยลดความดันโลหิต รักษาความดันโลหิตในร่างกายแมวให้เป็นปกติ

5. แปะก๊วย

ใบแปะก๊วยมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความแข็งแรงและเปิดหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี นอกจากนั้นยังมีผลดีกับเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเรียบในกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย

6. รากต้นโกลเด้นซีล

ต้นโกลเด้นซีลมีแคลเซียม เหล็ก แมงกานีส วิตามิน เอ ซี อี และกลุ่มวิตามินบี มีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิต้านทาน

7. ผงจากรากพาร์สลีย์

พาร์สลีย์เป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการทำงานของไต มีสารขับปัสสาวะ มีธาตุเหล็กที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง

8. หญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่งเป็นตัวช่วยเสริมการรักษาเท่านั้น ยังไม่มีงานวิจัยมารองรับ แต่มีใช้กันในวงการสัตวแพทย์มาระยะหนึ่งแล้วในฐานะการรักษาทางเลือก ทั้งนี้บางอาการของโรคไตก็ไม่สามารถรักษาได้ด้วยหญ้าชนิดนี้

สมุนไพรช่วยรักษาโรคไตในแมวเหล่านี้ แม้จะมีฤทธิ์ช่วยรักษาโรคไตในแมวได้ แต่ก็ทำควบคู่ไปกับวิธีการรักษาที่ถูกต้องด้วย และเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาเท่านั้น ฉะนั้นก่อนตัดสินใจรักษาโรคไตในแมว ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนจะดีกว่าค่ะ

เรามาดูกัน”ผักสด” ที่แฮมสเตอร์สามารถกินได้โดยไม่เป็นอันตราย

“ผักสด” ที่แฮมสเตอร์สามารถกินได้โดยไม่เป็นอันตราย

strawberry_by_stacyd

อันแรก “บล๊อคโคลี่ค่ะ” หาซื้อได้ทั่วไป
แฮมสเตอร์ทุกสายพันธุ์สามารถกินได้
จขกท. ให้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง (ครั้งล่ะ 1 ชิ้นจากรูปน่ะคะ)

บ

“ถั่วงอก” หาซื้อได้ทั่วไป
แฮมสเตอร์ทุกสายพันธุ์สามารถกินได้
จขกท. ให้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง (ครั้งล่ะ 2-3 ต้น)

2016-01-06-2

“กะหล่ำดอก” หาซื้อได้ทั่วไป
แฮมสเตอร์ทุกสายพันธุ์สามารถกินได้
จขกท. ให้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง (ครั้งล่ะ 1 ชิ้นเล็ก)

cauliflower-buffalo-wings03

“บวบ” หาซื้อได้ทั่วไป
แฮมสเตอร์ทุกสายพันธุ์สามารถกินได้
จขกท. ให้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง (ครั้งล่ะ 1-2 ชิ้นหั่นแว่น)

204_20120322161825.

“แห้ว” หาซื้อได้ทั่วไป
แฮมสเตอร์ทุกสายพันธุ์สามารถกินได้
จขกท. ให้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง (ครั้งล่ะ 1 ชิ้น)

หัวแห้วภายในจะ

“ถั่วลันเตา” หาซื้อได้ทั่วไป
***สายพันธุ์แฮมสเตอร์ที่ต้องห้าม คือวินเทอไวท์ กับแคมเบล น่ะคะ *****
ควรให้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง (ครั้งล่ะ 1-2 ชิ้น)

fresh green pea in the pod isolated on white background

 

 

แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่มีความน่ารัก

 แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่มีความน่ารักไม่แพ้สัตว์ชนิดไหน ๆ อีกทั้งยังเลี้ยงง่าย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมคนถึงนิยมเลี้ยงกัน โดยเฉพาะหลังจากได้เห็นภาพน่ารัก ๆ ของหนูแฮมสเตอร์เหล่านี้

แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ตระกูลหนู ด้วยขนาดตัวที่เล็ก ไม่ชอบอยู่นิ่ง และกินเก่งของมันนี่เองทำให้หลาย ๆ คนตกหลุมรักและนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่น ในขณะที่บางคนก็ตกหลุมรักความสามารถพิเศษของแฮมสเตอร์นั่นก็คือ เป็นสัตว์ที่สามารถเก็บอาหารไว้ในกระพุ้งแก้มได้ในปริมาณที่เยอะมาก ๆ โดยกระพุ้งแก้มของมันจะเก็บอาหารได้เต็มและที่มีขนาดใหญ่กว่าใบหน้าของมันถึง 2 เท่า ! ว่าแล้วก็มาชมภาพความน่ารักในอิริยาบถต่าง ๆ ของแฮมสเตอร์ รวบรวมความน่ารักมาให้ได้ชมกันถึงที่กันเถอะ

แฮมเตอร์

ภายในแก้มป่อง ๆ นั่นมีแต่อาหารเต็มไปหมดเลยล่ะ

แฮมเตอร์

สาว ๆ สนใจอยากมานั่งชิงช้ากับผมไหมครับ ?

แฮมเตอร์

ฮาโลวีนต้องน่ากลัวสิ แต่นี่ทำไมน่ารักจัง !

แฮมเตอร์

ตัวเล็กขนาดนี้เวลาจับต้องระวังมาก ๆ นะคะ

แฮมเตอร์

ไม่ต้องอาศัยเตียงหรือฟูกนุ่ม ๆ แค่กองขี้เลื่อยพวกมันก็มีความสุขแล้ว

แฮมเตอร์

ปิดหน้าปิดตาแบบนี้เขินใครหรือเปล่าเนี่ย

แฮมเตอร์

เบอร์ริโต้แฮมสเตอร์สักชิ้นไหมคะ ?

แฮมเตอร์

ที่นอนใหม่นุ่มจังเลย~

แฮมเตอร์

กินเก่งขนาดนี้ก็ยังไม่อ้วน อิจฉาไหมคะสาว ๆ

แฮมเตอร์

เจ้านายฮะ พาผมออกไปเล่นข้างออกหน่อย

แฮมเตอร์

ฮึบ ! เจ้าลูกโป่งอย่าเพิ่งไป รอเราด้วย

แฮมเตอร์

เป็นแฝดกันหรือเปล่าเนี่ย เหมือนกันเด๊ะเลย

แฮมเตอร์

นั่งในถ้วยกาแฟชมสวนเบา ๆ ฮะ

แฮมเตอร์

นอกจากถั่วแล้ว สตรอว์เบอร์รีก็ชอบกินเหมือนกัน

แฮมเตอร์