Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

การเลี้ยงไก่ในชนบทเป็นอย่างไร

เป็นการเลี้ยงไก่พื้นเมืองรายย่อย  หรือการเลี้ยงแบบหลังบ้าน  เป็นการเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในครัวเรือนหรือเป็นรายได้เสริม

โดยทั่วไปจะเลี้ยงกันรายละ  10-20  ตัว  หรือในบางรายอาจจะเลี้ยงเป็นรายได้หลักของครอบครัวก็ได้แต่ก็มีเป็นจำนวนน้อย  การเลี้ยงไก่ในชนบทมักจะเลี้ยงกันแทบทุกครัวเรือน  ซึ่งการเลี้ยงอาจจะมี  2  วัตถุประสงค์  คือใช้เนื้อเป็นอาหารและเลี้ยงไก่เพื่อการพนันหรือไก่ชน

orchid2

ได้มีความพยายามที่จะมีการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเพื่อเพิ่มปริมาณอาหารโปรตีนให้กับประชาชนในชนบทมาตลอด  แต่อาจจะกล่าวได้ว่าไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร  ปัญหาเรื่องการจัดการเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรค  การป้องกันโรค  และการมีชีวิตรอดของไก่  โดยทั่วไปแล้วเกษตรกรขาดแคลนทุนทรัพย์หรือไม่เห็นความสำคัญในการที่จะลงทุนสร้างคอกที่ดี  อาจจะทำเล้าเล็ก ๆ ไว้ข้างบ้านหรือใต้ถุนบ้าน เพื่อให้ไก่เข้านอนตอนกลางคืน  หรือไก่อาจจะนอนบริเวณคอกสัตว์  (คอกโคหรือกระบือ)  หรือบางแห่งอาจจะนอนบนต้นไม้  ไก่เหล่านี้จะไม่เชื่อง จับได้ยาก ถ้าต้องการจะจับ มักจะต้องจับในตอนกลางคืนเมื่อไก่นอน

orchid2

ในการเลี้ยงไก่พื้นเมือง  มักจะปล่อยให้ไก่หากินเองตามธรรมชาติ  อาจจะมีการโปรยข้าวเปลือกให้กินบ้างเป็นครั้งคราว  ไก่ตัวเมียจะเริ่มผสมพันธุ์  และออกไข่เมื่ออายุได้  6-8  เดือน  การออกไข่จะออกไข่ทุกวันหรือเกือบทุกวัน  วันละฟอง  เกษตรกรมักไม่นิยมบริโภคไก่ไข่ที่เกิดจากไก่ของเขาเอง  เพราะต้องการที่จะนำไปฟักเป็นลูกไก่มากกว่า  เมื่อแม่ไก่ออกไข่ได้ประมาณ  10-16  ฟองแล้วไก่จะเริ่มฟัก  เกษตรกรจะจัดเตรียมรังสำหรับฟักไข่ซึ่งอาจจะเป็นตะกร้า  หรือกระบุง  และรองรังด้วยหญ้าหรือฟาง  แม่ไก่ตัวเล็ก  จะมีความสามารถที่จะกกไข่ได้น้อย  ถ้ามีไข่มาก  ไข่ที่วางอยู่รอบนอกจะเสียได้ง่ายเพราะได้รับความอบอุ่นไม่เพียงพอ  ในตอนกลางวันแม่ไก่จะลงจากรังไปหากินเป็นระยะ ๆ เวลาสั้น ๆ ถ้าเป็นตอนกลางคืนจะกกไข่ตลอด  แม่ไก่จะใช้เวลากกไข่ประมาณ  20-21  วัน  ลูกไก่ก็จะฟักออกจากไข่  จากนั้นก็จะพาลูกหากิน  แม่ไก่จะดูแลลูกนานประมาณ  6-8  สัปดาห์ก็จะทิ้งลูก  และจากนั้นก็จะเริ่มออกไข่อีกครั้งหนึ่ง ในปีหนึ่งแม่ไก่อาจจะออกไข่ได้  4-5  ชุด  ไก่ตัวผู้จะโตเร็วกว่าไก่ตัวเมีย  เมื่ออายุได้  6  เดือน  ไก่ตัวผู้อาจจะมีน้ำหนักได้ถึง  1.7 กก.  แต่ไก่ตัวเมียจะมีน้ำหนักเพียง  1.2 กก.  ไก่พื้นเมืองจะกกไข่แต่ละครั้งประมาณ  10-16  ฟอง  ไข่จะฟักออกเป็นลูกไก่ประมาณ  8-10  ตัว  กว่าจะโตรอดจากอันตรายต่าง ๆ มาจนสามารถที่จะใช้บริโภคได้จะเหลือเพียง  4-5  ตัว  เท่านั้น

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไก่ตายคราวละมาก ๆ ได้แก่  โรคระบาดชนิดต่าง ๆ  เช่น  โรคนิวคาสเซิล  โรคหวัดหน้าบวม  โรคอหิวาต์  โรคฝีดาษ  และโรคพยาธิชนิดต่าง ๆ   การป้องกันโรคระบาดอาจจะทำได้  โดยการทำวัคซีน  แต่มักจะไม่ค่อยจะได้ผลดีนัก  เพราะไก่มักไม่ค่อยจะมีความพร้อมในการรับวัคซีน  เจ้าของไม่สะดวกในการจัดหาวัคซีน  บางโรคก็ไม่มีวัคซีนป้องกัน  โปรแกรมการให้วัคซีนไม่เหมาะสม  จะพบว่าบางครั้งมีการระบาดอย่างรุนแรงของโรคนิวคาสเซิลทำให้ไก่ตายทั้งหมู่บ้าน  สถิติจำนวนไก่พื้นเมืองที่มีรายงานในปี  2539  มีจำนวนกว่า  53  ล้านตัวในปัจจุบันนี้ยังไม่มีปัญหาด้านการตลาดสำหรับไก่พื้นเมือง  เนื้อไก่พื้นเมืองจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากและมีราคาดีกว่าไก่เนื้อที่เลี้ยงจากฟาร์ม

การเลี้ยงไก่ลูกผสม  ได้มีเกษตรกรบางคนที่พยายามเลี้ยงไก่ลูกผสม  โดยใช้ไก่พื้นเมืองตัวผู้  ที่มีลักษณะดีเป็นพ่อพันธุ์และใช้แม่ไก่พันธฺ์ไข่จากต่างประเทศที่ให้ผลผลิตดี  แล้วนำลูกไก่ที่ได้ไปเลี้ยงเป็นไก่เนื้อเพื่อส่งตลาด  จะมีคุณภาพของเนื้อ  ดีกว่าและราคาสูงกว่าไก่เนื้อ  (broilers)